การทดลองพลังลึกลับในปิรามิด ด้วยการใช้ซีกแอ็ปเปิ้ล

การทดลองพลังลึกลับในปิรามิด ด้วยการใช้ซีกแอ็ปเปิ้ล

. . . . ปิรามิดที่อียิปอาจจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตและมหัศจรรย์อย่างหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับใครบางคนกลับเอามามองว่ามันอาจจะมีความลับอะไรแฝงอยู่ ในครั้งแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับรูปทรงนี้ ต่อมาได้อ่านหนังสือที่เขารวบรวมคำถามวิทยาศาสตร์ ถาม ด.ร.ชัยวัฒน์ คุประตะกุล มีคำถามหนึ่งจากผู้หญิงถามว่า พลังปิรามิดมีจริงหรือไม่ สามารถทำให้ของไม่เน่าได้หรือไม่ ซึ่งอาจารย์ตอบว่าพลังปิรามิดคงไม่มี แต่คงเพราะแบตทีเรียเข้าไปทำลายได้ยากมากกว่า
. . . . ซึ่งผมก็เห็นด้วยตามนั้น ลำพังรูปทรงปิรามิดก็เพียงรูปเรขาคณิตชนิดหนึ่ง จะมีพิษสงอะไรแอบแฝง แต่ต่อมาก็ได้ยินเรื่องราวทำนองนี้อีก ว่าการทำปิรามิดจำรองก็สามารถมีพลังได้เหมือนกัน เท่าที่เคยได้ยินมาก็เช่น ทำให้ใบมีดโกนคมยิ่งขึ้น ทำให้ของเน่าช้าลง ทำให้เมื่อนำอาหารหรือเครื่องดื่มอะไรที่ต้องหมักมาหมักในรูปปิรามิดจะทำให้ได้รสชาติที่ดียิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยในการรักษาโรคได้ด้วยการนำปิรามิดจำลองมาวางไว้ใต้เตียงให้ตรงอวัยวะส่วนที่มีปัญหานั้น แต่อย่างไรของที่วางอยู่ภายในปิรามิดต้องมีสูตรเล็กน้อย เช่น วางสิ่งนั้นที่ความสูง 1 ใน 4 ของความสูงปิรามิด และวางให้ตรงกับทิศทั้ง 4 เป็นต้น
. . . . เฮ้อ ว่ากันมาถึงขั้นนี้ยังกะว่าพลังปิรามิดเป็นพลังงานไสยศาสตร์เลย อานุภาพมันเหมือนจะเกินเลยไปจริงๆ แต่ก็เห็นว่า มันเป็นสิ่งที่สามารถทดลองได้ในครัวเรือน ด้วยการทำปิรามิดจำลองขึ้นมาซักอัน แต่คงจะไม่ทดลองเรื่องใบมีดโกน และอาหารหมักทั้งหลาย เพราะมันเป็นสิ่งที่ใช้ปราสาทสัมผัสของมนุษย์ในการตัดสิน ซึ้งอาจจะมีอุปาทานแฝงอยู่ เพราะเชื่อว่าพลังลึกลับทำให้มีดโกนคมขึ้น มันก็ต้องรู้สึกว่าคมขึ้นสิ ตราบใดที่ยังไม่มีเครื่องมือวัดหาความคมของมีดโกนได้ ก็ขอพักไว้ก่อนครับ เว้นแต่จะให้เอามีดโกนทื่อๆสองอัน อันหนึ่งใส่ในปิรามิด อีกอันไว้ข้างนอก แล้วให้เพื่อนเอามีดโกนมาให้เราใช้ และให้ทายว่า อันไหนคมกว่ากันโดยเพื่อนไม่บอกว่าอันไหนเอามาจากในปิรามิด และถ้าทายถูก จึงจะน่าเชื่อถือว่าครับ

. . . . ก็เข้าเรื่องครับ สมัยก่อนผมเคยทำปิรามิดจากแผ่นไม้อัดมาก่อน และเพื่อความยุติธรรม ผมได้ทำทรงลูกบาศก์ขึ้นมาด้วย โดยทรงลูกบาศก์นี้ต้องมีปริมาตรเท่ากับปิรามิดครับ เพื่อให้แบตทีเรียและก๊าซทั้งหลายตามอัตราส่วนเท่ากัน แล้วเด็ดมะกรูดลูกเท่าๆกันสองลูกมาใส่ ผลปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไป เหี่ยวทั้งคู่ แต่ในปิรามิดมะกรูดดูมีขนาดใหญ่กว่า แปลกมักๆ สมัยนั้นยังไม่มีกล้องถ่ายรูปครับ

. . . . เข้าสู่ยุคนี้เห็นว่าผมมีกล้องดิจิต้อลแล้ว ผมได้ทำการทดลองอีกครั้ง โดยทำปิรามิดและลูกบาศก็จากแผ่นอะคิวหลิค ที่สำคัญต้องทำให้มีปริมาตรของลูกบาศก์เท่ากับปิรามิด ผมได้ทำการทดลองกับลูกแอ็ปเปิ้ล และเพื่อความยุติธรรมที่สุด ผมได้ใช้ลูกแอ็ปเปิ้ลลูกเดียวกัน แต่มาผ่าซีกเป็นสี่ซีกเท่าๆกัน ซีกแรกใส่ปิรามิด ซีกที่สองใส่ในลูกบาศก์ ซีกที่สามวางไว้ข้างนอกเฉยๆ ซีกที่สี่นำใส่ปากรับประทาน
ทดลอง ณ คืนวันที่ 6 ธันวาคม 2550

. . . . จัดการครอบรูปทรงปิดทั้งสอง แล้วติดเทปตามขอบเพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเทเข้า-ออกได้เลย

—–รอเวลา—–

******************************

เข้าสู่คืนวันที่ 12 ธันวาคม 2550

. . . . ผ่านไป 6 วัน 6 คืน กับการนำแอ็ปเปิ้ลผ่าซีกใส่ไว้ในปิรามิด และทรงลูกบาศก์ และการวางไว้ข้างนอกเฉยๆ

ยังไงต้องไม่ลืมน่ะครับว่า ผมได้ทำปิรามิดและทรงลูกบาศก์ให้มีปริมาตรเท่ากัน ดังนั้นแบตทีเรียในอากาศที่มองไม่เห็นก็น่าจะเท่ากัน อัตราส่วนก๊าซต่างๆที่อาจจะส่งผลก็น่าจะเท่ากัน และเมื่อมันถูกครอบลงเวลาไล่เลี่ยกัน มันย่อมผ่านการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่างมาเหมือนๆกัน เพราะมันวางอยู่ใกล้กันครับ ใช่ว่าจะอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ดังนั้น เมื่อทุกอย่างเหมือนกัน ก็น่าจะได้ผลการทดลองออกมาเหมือนๆกัน ต่างกันเพียงรูปทรงปิรามิดจะมีอะไรดีแฝงอยู่มากกว่านั้นหรือไม่ เราก็มาค่อยๆดูไปทีละซีกกัน

โดยสิ่งแรกที่เห็นก็คือซีกที่วางไว้ข้างนอกเฉยๆ มีสภาพห่อเหี่ยวดังที่เห็น

. . . . ใจหายใจคว่ำกับการเปิดรูปทรงลูกบาศก์ ผลออกมา………
ไม่เป็นอย่างที่คาดไว้เลย คิดว่ามันจะเหี่ยวไม่ต่างจากลูกที่วางไว้ข้างนอก แต่กลับเกิดปรากฏการณ์ประหลาดบางอย่าง แต่ก็เชื่อว่าปรากฏการณ์นี้คงไม่เกินความสามารถนักวิทเฉพาะด้านจะอธิบายได้ นั่นคือการมีเส้นใยสีขาวปรากฏอยู่ ยังกับราเลย ใจก็ฝ่อลงไปแล้ว คิดว่าสภาพซีกแอ็ปเปิ้ลในปิรามิดคงไม่ต่างจากในลูกบาศก์นี้

. . . . ก็ใจตุ้มๆต่อมๆ คิดว่าคงได้ผลการทดลองที่น่าผิดหวัง แต่ยังไงก็ต้องเปิดปิรามิดดูแล้ว
. . . . ผลปรากฏออกมา มีสภาพไม่เหมือนกับสองซีกที่ผ่านมาเลย โอ้วววววว ไม่มีราเป็นเส้นขาวๆอย่างงั้น ส่วนนิยามคำว่า “เหี่ยว” จะใช้ได้กับซีกนี้หรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะมันไม่เหี่ยว แต่มันก็มีสีกระดำกระด่างเกิดขึ้น

ลองจับให้ด้านเปลือกหงายขึ้นดีกว่า จะเห็นอะไรบ้าง
ลูกที่วางไว้ข้างนอกเฉยๆ ยังกะสตอบอรี่เลยแฮะ

. . . . ซีกที่อยู่ในทรงลูกบาศก์ ยังกะช้ำในเลย เพราะอะไร มีกระบวนการใดที่ผมทำไม่ยุติธรรมต่อซีกแอ็ปเปิ้ลให้ได้รับอะไรไม่เท่ากัน

ซีกที่อยู่ในปิรามิด
ขอโทษเพื่อนๆอย่างที่ซูดดดดดดดดดดด ลืมแกะตราออก เป็นเหตุแห่งความไม่ยุติธรรมเล็กน้อย แต่คุณคิดว่า ตราอันนี้ส่งผลต่อความแตกต่างทั้งหลายได้หรือไม่
เพราะมันยังกะเล่นตลก ยังกะว่าเป็นซีกที่ผ่าเมื่อวานนี้เลย ดูสีเปลือกยังสดอยู่มาก(น่ากิน) แม้จะมีรอยดำอยู่บ้าง

Before and After

สรุปผลการทดลองน่ะครับ

. . . . เชื่อว่าทรงปิดมีอิทธิพลต่อสิ่งที่อยู่ข้างในพอสมควร คุณคิดว่าถ้าผมไม่ทำทรงลูกบาศก์ขึ้นมาด้วย ผลจะเป็นอย่างไร นอกจากการเห็นว่าของในปิรามิดเน่าช้ากว่าหรือเหี่ยวช้ากว่าของที่อยู่ข้างนอกใช่ไหมครับ ได้ผลการทดลองที่ตื่นตาออกมา
. . . . ดังนั้นผมจึงทำทรงลูกบาศก์ขึ้นมาด้วยเพื่อคานอำนาจปิรามิด จะได้ดูว่าเพราะไม่มีการถ่ายเทอากาศส่งผลด้วยหรือไม่ ซึ่งสำหรับความเหี่ยวแล้ว ผมให้คะแนนซีกที่อยู่ในปิรามิดกับซีกที่อยู่ในลูกบาศก์มีคะแนนเท่ากันครับ

. . . . ซีกที่อยู่ในปิรามิด เหมือนเป็นการรวมเอาข้อดีของอีกสองซีกมาใส่ไว้ในตัวเอง
คือเอาความไม่เหี่ยวเหมือนในลูกบาศก์ และเอาความไม่มีใยขาวๆและไม่มีการช้ำน้ำอย่างซีกข้างนอก มาเป็นต้วเอง

. . . . อ่อ ทั้งหมดถ้าบีบดู มีความยืดหยุ่นพอๆกันด้วยครับ ให้ความรู้สึกว่าไม่สดไม่แข็งเหมือนของใหม่ ซีกในปิรามิดก็ยืดหยุ่นเหมือนกันครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: